| โรควัวบ้าหรือโรค BSE (Bovine Spongiform Enceph-alopathy) ที่เป็นข่าวระบาดทั่วโลกนั้น เป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นกับวัวและพบสารที่เป็นสาเหตุของโรควัวบ้า สามารถติดต่อมายังคน และทำให้เกิดโรคที่มีชื่อเรียกว่า vCJD (variant Cerutzfeldt-Jakob Disease) หรือโรคสมองเสื่อมในคน | ||
| สาเหตุและการแพร่ระบาด | ||
|
สาเหตุของการเกิดโรคนี้คือสารโปรตีนที่เรียกว่า พรีออน (prion)
ที่ทำให้เกิดโรคสมองพรุน (Scrapie)
ในสัตว์จำพวกแพะ แกะ เมื่อเกษตรกรในประเทศอังกฤษนำอาหาร
เสริมโปรตีนที่ทำจากเนื้อและกระดูกป่นของสัตว์ที่เป็นโรค
Scrapie ไปเลี้ยงวัว พรีออนก็ขยายตัวลุกลามไปทำลายเซลล์ประสาทและสมองของวัว
และเกิดเป็นโรควัวบ้า (BSE) เมื่อคนกินเนื้อวัวจะได้รับพรีออนจากวัวเข้าสู่ร่างกายก็ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมได้เรียกว่าโรค vCJD แต่เดิมโรคกลุ่มเดียวกันนี้คือ CJD เกิดจากสาเหตุอื่น มักเกิดกับผู้สูงอายุ แต่หลังจากมีโรควัวบ้าระบาดในประเทศอังกฤษ ก็พบผู้ป่วย CJD ในวัยหนุ่มสาว (อายุต่ำกว่า 14 ปี)ซึ่งภายหลังพบว่าติดต่อมาจากโรควัวบ้า จึงตั้งชื่อโรคสมองเสื่อมในคนโรคนี้ว่า vCJD ขณะนี้ทุกประเทศก็มีมาตรการป้องกันโรคนี้กันอย่างเข้มงวดและจริงจัง รวมทั้งประเทศไทยเองก็มีมาตรการป้องกันและระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อมิให้โรคนี้ระบาดและกลายเป็นปัญหาร้ายแรง |
|
|
| ลักษณะอาการ | ||
| คนที่เป็นโรค vCJD เซลล์ประสาทและเนื้อเยื่อสมองจะมีอาการเสื่อมสลาย เป็นลักษณะพรุนคล้ายฟองน้ำ ผู้ป่วยจะมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย ซึมเศร้า แยกตัวออกจากคนอื่นมีพฤติกรรมและอารมณ์เปลี่ยนแปลง ระบบประสาทจะมีความผิดปกติรุนแรงขึ้น จนถึงกับทำให้ระบบการทรงตัว การพูด และการมองเห็นเสียไป |
|
|
| การรักษา | ||
| โรค vCJD ยังไม่มียาใดที่จะรักษาได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายใน 4-6 เดือน หลังจากได้รับการวินิจฉัย | ||
| กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค vCJD | ||
| ผู้บริโภคเนื้อวัวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวัวที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศหรือพื้นที่ที่มีโรควัวบ้า ยกเว้นนมและผลิตภัณฑ์จากนมวัว | ||
| การป้องกันและควบคุม | ||
|
|
การทำให้เนื้อสุกโดยการต้ม นึ่ง อบ พาสเจอร์ไรส์หรืออื่น ๆ
ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคและทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากโรคนี้ได้เนื่องจากยังใช้ความร้อนไม่สูงพอที่จะลายพรีออนได้
|
|