| โรคนี้อาจเป็นอันตรายต่อคนได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่มีผู้คนอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นแล้วก็ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายนี้ | |||
| สาเหตุและการแพร่กระจาย | |||
|
โรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดเฉียบพลันมีการระบาดอยู่เกือบทั่วโลกโดยเฉพาะในแถบแอฟริกากลางเช่น
คิวบา บราซิล อาร์เจนตินา และในปี 2537 โรคนี้กลับระบาดเพิ่มขึ้นเป็น 2
เท่าในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา
ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคนี้ประปรายตลอดทั้งปี แต่ยังมีจำนวนไม่มากนัก
ส่วนใหญ่ผู้ที่ปวยเป็นโรคนี้จะเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี
|
|
||
| เชื้อโรคที่เป็นตัวต้นเหตุของโรคนี้เป็นเชื้อแบคทีเรียมีชื่อว่า Neisseria meningitidis ที่แบ่งย่อยออกเป็นหลายกลุ่ม ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะพบเชื้อในกลุ่ม A,B,C,Y และ W 135 โดยเชื้อนี้จะแพร่จากผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะโดยการไอหรือจาม ละอองน้ำมูก น้ำลายจะปลิวลอยแขวนไปในอากาศดังนั้นหากไปอยู่ในที่แออัดคนอื่น ๆ อาจติดเชื้อโรคร้ายนี้ได้ | |||
| ลักษณะอาการของโรค | |||
| เริ่มด้วยอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศรีษะมาก อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ต่อมาก็มักจะมีเลือดออกใต้ผิวหนัง หรือเป็นจุดจ้ำเลือดขึ้นตามแขนขา สำหรับคนที่มีอาการรุนแรงจะซึมหรือชุก บางรายอาจช็อกและเสียชีวิตได้ | |||
| การรักษา | |||
| แพทย์จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิผลดี เช่น เพนนิซิลิน และคลอเรมฟินิคอล รวมทั้งอาจให้ยาป้องกันกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้แพร่ระบาดออกไปในวงกว้างมากขึ้น | |||
| กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค | |||
![]() |
โรคนี้พบได้ในคนทุกกลุ่มอายุ แต่มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่
โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา คนหนุ่มสาว มักจะพบในเพศชายได้
บ่อยกว่าเพศหญิง
มักจะเกิดในพื้นที่ที่มีคนอาศัยอยู่กันอย่างแออัดเช่นในโรทหาร สถานศึกษา
โรงเรียน ที่พักแรมและในเรือ
|
||
| ข้อควรระวัง | |||
| โรคนี้สามารถแพร่กระจายโดยการไอจามจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งได้โดยตรง หากผู้ใกล้ชิดหายใจรับเชื้อเข้าไปก็เกิดอาการป่วยได้ | |||
| การป้องกันและควบคุม | |||
|
ควรหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปอยู่ในที่มีคนหนาแน่นแออัดอากาศไม่ถ่ายเท เช่น โรงทหาร
หรือที่พักแรม สถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนอยู่จำนวนมาก
เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อจากผู้ที่เป็นพาหะ
รวมถึงควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่อยู่ใกล้หรือสัมผัสกับผู้ป่วย
สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคนี้คือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาภูมิต้านทานในร่างกายไม่ให้เชื้อโรคร้ายมากล้ำกรายได้ ขณะนี้มีวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น กรุ๊ป (เอ, บี, ซี, วาย และ ดับเบิลยู 135) แต่โรคไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อกรุ๊ปบี การใช้วัคซีนป้องกันโรคนี้ในประเทศไทยจึงมีโอกาสใช้อย่างจำกัดสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จะต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนออกเดินทาง |
|
||