เป็นโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะนำเชื้อพยาธิโรคเท้าช้างมาสู่คนได้  เช่นยุงเสือหรือยุงดำ  ยุงลายป่า  และยุงรำคาญบางสายพันธุ์
สาเหตุและการแพร่ระบาด
         โรคเท้าช้างที่เกิดในประเทศไทย เกิดจากพยาธิตัวกลมชนิด วอเคอเรอเรีย แบนครอฟไต และชนิดบรูเกีย  มาลาไย การติดต่อของโรค จะติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ โดยยุงที่เป็นพาหะดังกล่าวข้างต้น
         ในวงจรการแพร่โรคเท้าช้างนั้น เมื่อยุงกัดผู้ที่มีเชื้อพยาธิโรคเท้าช้างอยู่ในเลือดยุงก็จะได้รับเชื้อไป หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ เชื้อพยาธิจะเจริญเติบโตจนถึงระยะที่จะติดต่อเข้าสู่ตัวคนได้ เมื่อยุงที่มีเชื้อระยะติดต่ออยู่นี้ไปกัดคนอื่น เชื้อพยาธิที่อยู่บริเวณปากยุงจะหลุดไป บนผิวหนังแล้วไชเข้าไปในรอยแผลที่ยุงกัด เชื้อพยาธินี้ ก็จะไปเจริญเติบโตในคนนั้นต่อไป และทำให้เกิดโรคเท้าช้างขึ้น

 

ลักษณะอาการ
          ในระยะแรก ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ แต่จะมีเชื้อพยาธิในเลือดและสามารถแพร่เชื้อได้ แต่หากไม่รักษาจะเกิดการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบหรือรักแร้  เพราะตัวแก่ของพยาธิไปอาศัยอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองเหล่านั้น อาการสำคัญคือมีไข้  ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน  ร่วมกับปวดบริเวณต่อมน้ำเหลือง ประมาณ 2-3 วันก็จะหายไปเอง ต่อมาจะเกิดอาการต่อมน้ำเหลืองอักเสบบ่อย ๆ ปีละ 4-5 ครั้ง และขาหรือถุงอัณฑะจะค่อย ๆ บวมโต เนื่องจากน้ำเหลืองคั่งขึ้นเรื่อย ๆ การที่อวัยวะบวมโตจะเกิดขึ้นหลังจากติดเชื้อประมาณ 5-10 ปี
การรักษา
          ผู้ป่วยด้วยโรคเท้าช้างจากเชื้อพยาธิชนิดบรูเกีย  มาลาไย จะต้องรับประทานยาไดเอทธิลคาร์บามาซีน(ดีอีซี) 300 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 6 วันเป็นระยะทุก 6 เดือน เป็นเวลา 2 ปี
         ผู้ป่วยด้วยโรคเท้าช้างชนิดวูเคอเรอเรีย แบนครอฟไตต้องรับประทานยาไดเอทธิคาร์บามาซีน(ดีอีซี)300 มิลลิกรัมต่อวัน ครั้งเดียวทุก 6 เดือน นาน 2 ปี
         ผู้ป่วยด้วยโรคนี้ต้องรับประทานยาให้ครบและสม่ำเสมอตามกำหนดที่แพทย์แนะนำ

กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค
          ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเท้าช้างซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดภาคใต้ และชายแดนไทย-พม่า ควรตรวจเลือดหาตัวอ่อนของพยาธิอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
          เจ้าของกิจการที่มีคนงานต่างชาติทำงานและอาศัยในพื้นที่เหล่านี้ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาจ่ายยารักษา หรือมาขอรับยา ไปทำการรักษาได้ฟรี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากแรงงานต่างด้าวเช่น พม่ามาสู่คนไทย
ข้อควรระวัง  
          ไม่ควรให้ยารักษาแก่สตรีมีครรภ์  เด็กที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ผู้ป่วยเรื้อรังและมีสุขภาพไม่แข็งแรง  
การป้องกันและควบคุม  
          วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคนี้คือการไม่ให้ยุงกันโดยการนอนในมุ้ง เมื่อต้องออกไปทำงานในที่ที่มียุงซึ่งเป็นพาหะอาศัยอยู่ เช่นการทำงานบริเวณป่าพรุ หาของป่า ควรทายากันยุง และสวมเสื้อผ้า ที่ปกปิดร่างกายมิดชิด