โรคเอดส์เป็นโรคร้ายที่กำลังสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในปัจจุบัน เป็นโรคร้ายแรงที่ยังไม่มีทางรักษาให้หายได้  แม้ว่าโรคเอดส์เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้  แต่ในปัจจุบันการระบาดของโรคยังคงเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง  และจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
สาเหตุและการแพร่ระบาด
          เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอดส์ ซึ่งจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวที่เป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ติดโรคประเภทฉวยโอกาสได้ง่าย และมีอาการรุนแรง  
โรคเอดส์มีช่องทางของการติดต่อที่สำคัญ 3 ทางคือ
ทางเพศสัมพันธ์ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
ทางเลือด โดยการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด
จากแม่สู่ลูก ทั้งในระยะตั้งครรภ์ ขณะคลอด และหลังคลอด ซึ่งเด็กมีโอกาสรับเชื้อจากแม่ที่ติดเชื้อโรคเอดส์ประมาณ 30%
ลักษณะอาการ
          อาการของโรคเอดส์มี 2 ระยะ คือ
ระยะไม่ปรากฎอาการ  ผู้ที่ติดเชื้อยังคงมีสุขภาพแข็งแรงโดยไม่แสดงอาการใด ๆ แต่สามารถแพร่โรคได้ และสามารถตรวจเลือดหาการติดเชื้อได้ภายหลังจากรับเชื้อ 4 สัปดาห์ขึ้นไป
ระยะปรากฎอาการ  แบ่งได้ 2 ระยะคือ
ระยะเริ่มปรากฎอาการ นอกจากผลเลือดให้ผลบวกแล้วผู้ติดเชื้ออาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน เช่นมีเชื้อราในปาก ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้ ท้องเสีย น้ำหนักลด
ระยะสุดท้าย ระยะนี้ภูมิต้านทางโรคจะเสียไป ทำให้ผู้ป่วยเอดส์ติดโรคฉวยโอกาสที่มักจะเกิดกับผู้ป่วยโรคเอดส์ได้ง่าย เช่นวัณโรค ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เชื้อราในทางเดินอาหาร และมะเร็งทางผิวหนังหรือหลอดเลือด
การรักษา
          ขณะนี้โรคเอดส์ยังไม่มียาหรือวัคซีนชนิดใดที่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ยาที่ใช้ในปัจจุบันมีฤทธิ์เพื่อยับยั้งไม่ให้เชื้อเอดส์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้มีอายุยืนยาวไปอีกระยะหนึ่งเท่านั้น

 

 

  กลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค
  ในปัจจุบันนี้ถือว่าทุกคนมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเอดส์ได้ทั้งสิ้น หากมีพฤติกรรมเสี่ยง
  การป้องกันและควบคุม
รักเดียวใจเดียว
ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ไม่ดื่มเหล้าหรือใช้สารเสพติดทุกชนิด
ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน เช่นมีดโกน กรรไกรตัดเล็บ หรือเข็มฉีดยา
ขอรับคำปรึกษาและตรวจเลือดก่อนแต่งงานและก่อนตั้งครรภ์ทุกครั้ง